ความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มไลค์

20 วิธีเพิ่ม Activity ใน Facebook แฟนเพจแบบไม่ต้องพึ่งเว็บเพิ่มไลค์

การเพิ่มไลค์เป็นการเพิ่มจำนวนคนที่กดไลค์ในเพจของคุณ การมีจำนวนไลค์ในเพจตอนนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งมีจำนวนไลค์บนเพจมากเท่าไหร่ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของเพจมีความน่าเชื่อถือมากกว่ามีไลค์น้อย เมื่อคนที่เห็นเพจมีจำนวนไลค์มากย่อมมีความมั่นใจที่จะทำธุรกรรมกับธุรกิจที่เพจนั้นนำเสนอมากกว่าเพจที่มีจำนวนไลค์น้อยกว่า ดังนั้นหากเป็นเพจขายสินค้าหรือบริการการเพิ่มไลค์ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตามจำนวนไลค์บนก็ไม่ได้เป็นบ่งบอกว่าไลค์ที่มีนั้นเพจสามารถเข้าถึงสมาชิกได้ และไม่สามารถบ่งบอกได้ว่าสมาชิกที่มีนั้นมีความสนใจเพจขนาดไหน ปัจจัยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่าจำนวนไลค์บนเพจคือการปฏิสัมพันธ์หรือการกล่าวถึงเพจโดยสมาชิก หรือที่เรียกว่า Engagement

โพสต์นี้ทาง Ezylike จะมาแนะนำ 20 วิธีเพิ่ม Activity ในเพจ เพื่อเพิ่ม Engagement ของแฟนเพจคุณแบบไม่ยากเย็นมากนัก และยังใช้ได้ในปี 2017 นี้ เชิญอ่านตามด้านล่างเลยครับ

1. ขอตรงๆกับผู้ติดตามเพจให้แชร์เพจหรือโพสต์เนื้อหาจากเพจของเรา

ไม่มีวิธีไหนที่ง่ายและชัดเจนไปกว่าการขอให้คนติดตามเพจของคุณแชร์ต่อโพสต์ที่คุณโพสต์ในเพจ วิธีนี้เป็นวีิธีที่ได้ผลที่สุดวิธีหนึ่งเพราะคนที่กดแชร์หรือโพสต์ต่อนั้นย่อมเป็นคนที่ไลค์เพจคุณด้วยความตั้งใจ และมีเปอร์เซนสูงมากที่แอคเคาท์ที่เขาใช้เป็นแอคเคาท์ประจำตัวจริงที่เขาใช้ นั่นก็ย่อมหมายถึงโอกาศที่ฟีดของเขาจะไปปรากฏใหนวอลล์ของเพื่อนๆเขาก็มีมากขึ้นด้วย การใช้คำตรงๆเช่น “ชอบแล้วกดไลค์กดแชร์” เป็นต้น

การสื่อสารตรงๆแบบนี้จะช่วยให้คนติดตามเข้าใจความหมายว่าเราต้องการให้แชร์โดยไม่ต้อวมีอะไรมาอธิบายให้มากมาย  ส่วนจะมีคนติดตามคนไหนแชร์ต่อนั้นก็เป็นการติดสินใจของเขา แต่ถ้าเขาชอบเพจเราจริงๆเปอร์เซนที่เขาจะแชร์ต่อก็สูง อย่างไรก็ตามขอให้คนติดตามแชร์โพสต์บ่อยเกินไปก็จำให้เพจทำตัวเหมือน spam ได้เหมือนกัน

2. ใส่ Page URL หรือลิงค์ของเพจทุกที่ที่ทำได้

หากคุณมีบล๊อก หรือได้โพสต์กระทู้ต่างๆ หรือมีบทความในเน็ตที่อื่นวิธีที่ได้ผลแบบไม่น่าเชื่อคือการเอ่ยชักชวนให้คนอ่านได้เข้ามาเยี่ยมชมเพจ หากคุณใช้ social media อื่นๆ เช่น twitter, pinterest, tumblr, instagram หรืออื่นๆคุณสามารถระบุลิงค์เพจของคุณเพื่อให้คนอื่นได้เข้ามาดูเพจได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ  อย่างไรก็ตามไม่ทุกคนที่ต้องการเข้าไปดูเพจที่เรากล่าวถึงแต่อย่างน้อยจะมีคนกลุ่มหนีึ่งที่สนใจดังนั้นการเอ่ยถึงเพจหรือลิงค์เพจของคุณในที่อื่นๆก็ยิ่งสร้างโอกาศให้คนเห็นเพจของคุณมากเท่านั้น อย่างไรก็ตามการโพสต์ลิงค์ในที่ต่างๆออนไลน์ควรดูกฏระเบียบของพื้นที่นั้นๆด้วยหากโพสต์โดยไม่ตรวจดูให้ถ้วยถี่ก็อาจจะเป็นสแปมของพื้นที่นั้นๆได้

3. (แอบ) โปรโมตเพจในเพจอื่นๆ

การโพสต์คอมเมนต์ในเพจอื่นโดยใช้เพจของเราเป็นวิธีที่ได้ผลไม่ใช่น้อย หลายๆคนอาจจะคิดว่าการไปโพสต์หรือคอมเมนต์ในเพจของคู่แข่งไม่มีประโยชน์อะไรเพราะในที่สุดแล้วเจ้าของเพจก็จะมาลบโพสต์หรือคอมเมนต์ออกเพราะรู้ว่าเป็นคู่แข่งเขา การไปคอมเมนต์ด้วยเนื้อหาที่มีค่าต่อเพจที่เราไปคอมเมนต์ จริงๆแล้วแอดมินที่ทำธุรกิจโดยสุจริตส่วนใหญ่จะไม่ลบโพสต์ หรือคอมเมนต์ของเราทิ้งถ้าหากไม่ไปโพสต์อะไรที่มันกวนใจ หรือแย่งลูกค้า หรือโจมตีเขา หรือทำตัวเป็น spam

ตรงนี้ต้องระวังเป็นอย่างมากการเข้าไปโพสต์ประกาศสินค้าหรือบริการของตัวเองตรงๆในเพจของคนอื่นในธุรกิจเดียวกันโดยไม่ดูตาม้าตาเรือก็อาจจะโดนลบได้ การเข้าไปโพสต์ลิงค์ของตัวเองของเพจอื่นก็ไม่ควรทำ แต่การไปฝากเพจแบบมีมารยาทเช่นการขอฝากเพจตรงๆ แอดมินน้อยคนที่จะลบโพสต์ของเรา ดังนั้นการฝากเพจก็เป็นวิธีที่ได้ผลและไม่เสียหายอะไร

วิธีนี้ค่อนข้างอันตรายหากใช้ไม่เป็น ทางที่ดีที่สุดและมีมารยาททีสุดคือการใช้เพจเข้าไปคอมเมนต์ข้อมูลเป็นประโยชน์ในเพจอื่น ใช้คำพูดที่ให้เกียรติและไม่โฆษณาสรรพคุณของเพจของตัวเอง ให้ข้อมูลที่เพิ่มคุณค่าให้กับโพสต์ของเพจนั้นๆโดยไม่โต้แย้งหรือใช้เหตุผลตรงข้ามกับโพสต์นั้น แน่นอนหากมีเป็นร้อยๆ แต่อาจจะมีบางคนอ่านคอมเมนต์ของเพจคุณและรู้สึกว่าเป็นเนื้อหาที่ดี คนที่สนใจเขาจะกดดูที่โปรไฟล์และตามไปเองแต่อย่าลืมตอนที่เข้าไปเมนต์ให้ล็อกอินเป็นเพจเข้าไป

โดยทั่วไปแล้วผู้ทำธุรกิจที่จริงใจจะไม่ลบคอมเมนต์อย่างไม่มีเหตุผล ลองล็อกอินเป็นเพจแล้วเข้าไปคอมเมนต์ที่มีประโยชน์หรือแนะนำบางอย่างให้กับผู้ติดตามเพจของอื่นๆโดยไม่ต้องอ้างอิงถึงเพจของตัวเองจะพบว่าไม่มีแอดมินคนไหนเข้ามาลบเม้นต์ของเราทิ้งหากเราให้คอมเมนต์ที่มีประโยชน์คนที่อ่าน และส่งสร้างคุณค่าให้กับเพจนั้นๆ

4. เป็นพันธมิตรกับเพจที่คล้ายๆกัน

แทนที่จะมองว่าเพจอื่นที่เสนอสินค้าที่เหมือนหรือคล้ายกัน ลองมองว่าเขาก็เป็นพันธมิตรกับเราได้ วิธีนี้คล้ายๆกลับเข้าไปฝากเพจหรือคอมมเมนต์ในเพจอื่น แต่ต่างกันตรงที่วิธีนีส่งข้อความไปขอเป็นพันธมิตรแบบตรงๆเลย เมื่อเป็นพันธมิตรแล้วก็สามารถสร้างช่วยกันโปรโมตสินค้าหรือบริการของอีกฝ่ายได้

สิ่งที่สำคัญควรคำนึงคือการจะไปขอเป็นพันธมิตรกับเพจอื่นขั้นแรกๆควรเลือกเพจที่มีจำนวนคนไลค์เท่าๆกันจะได้สร้างแรงจูงใจกับแอดมินเพจให้อยากร่วมเป็นพันธมิตรได้ แต่ถ้าเรามีจำนวนไลค์น้อยแล้วไปขอเป็นพันธมิตรกับเพจที่มีจำนวนไลค์มาโอกาศที่จะโดนปฏิเสธหรือเงียบหายไปเลยก็มีสูง อย่างไรก็ตามการขอเป็นพันธมิตรไม่ว่าเพจไหนก็ใช้พลังงานเท่ากันถ้ามีเวลาก็ขอให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ สุดท้ายแล้วเพจนั้นไม่ตอบกลับมาหรือปฏเสธเราก็ไม่เสียอะไร แต่ถ้าเขาตอบกลับมาผลที่ได้จะคุ้มค่ากับเวลาที่ลงไป

5. จัดการความขัดแย้งของผู้ติดตามกับแอดมินเพจ และ Block ให้ถูกวิธี

แน่นอนทุกธุรกิจย่อมมีลูกค้าที่ไม่พอใจกับสินค้าและบริการที่เราเสนอ นอกจากทางติดต่อที่ให้โพสต์ทางเพจแล้วควรให้ทางเลือกติดต่อทางอื่นด้วยเช่น อีเมล์ โทรศัพท์ตรงๆ เพราะบางครั้งลูกค้าที่ไม่พอใจเขาไม่พอใจสินค้าหรือบริการเขาก็ไม่ได้ต้องการประจานต่อหน้าสาธารณะ การให้ข้อมูลการติดต่อทางอื่นเป็นทางเลือกที่ให้ลูกค้าเหล่านั้นได้ติดต่อเราโดยไม่ต้องไปโวยวายที่หน้าเพจ แต่ถ้าหากมีลูกค้าคนไหนมีท่าทางจะโวยวายไม่พอใจที่หน้าเพจก็เสนอให้เขาติดต่อหลังไมค์ หรือทางอีเมล์ หรือให้เขาส่งเบอร์โทรที่คุณสามารถโทรไปคุยได้ พยายามหลีกเลี่ยงการตอบโต้หน้าเพจให้มากที่สุดแม้คุณจะเป็นฝ่ายถูกก็ตาม

แต่ก็จะมีลูกค้าหรือผู้ติดตามบางคน (แต่สำหรับคนไทยน้อยมากๆ) เข้ามาเพื่อหาเรื่องโดยเฉพาะเนื่องจากได้รับประสบการณ์ที่แย่จากไหนมาซักที่ เข้ามาป่วนในเพจแม้จะอธิบายเหตุผลแล้วก็ไม่ฟังทางสุดท้ายที่ facebook เตรียมไว้ให้แอดมินคือ Block คนใช้งานคนนี้จากเพจไปเลยเพื่อสกัดกั้นคนที่ติดตามที่จะเข้ามาป่วน การ Block นั้นสามารถทำได้ง่ายมากแ่ค่กดลบคอมเมนต์ของคนที่เราต้องการ Block ระบบจะถามว่าต้องการ Block ผู้ใช้คนนี้จากเพจหรือไม่ที่เหลือก็เป็นข้อเลือกของเราแล้ว  อย่างไรก็ตามการใช้ Block ต้องใช้ด้วยความระมัดระวังเพราะการบล๊อกแบบไม่มีเหตุก็เปรียญเสมือนอาวุธที่จะมาทิ่มแทงเพจได้ภายหลัง การบล๊อคควรใช้ให้น้อยที่สุดหรือไม่ควรใช้เลยหากไม่จำเป็น เพราะเมื่อบล๊อคแล้วเจ้าตัวว่าโดนบล๊อกหากเขาเป็นลูกค้าที่มีปัญหาจริงๆ ย่อมหมายถึงเพจไม่ตั้งใจแก้ปัญหาให้ลูกค้า เรื่องอาจจะลูกลามใหญ่โตต่อไปได้

ตัวอย่างกรณีของ เอเชียทีก ริเวิรอร์ฟร้อนต์ เมื่อเร็วๆนี้ ที่มีฝรั่งโพสต์เข้ามาถามคำถามบางอย่างเพือความชัดเจนในเพจ หลังจากที่ตอบโต้กันไปมาระยะหนึ่งแอดมินของเพจไม่ต้องการจะสื่อสารต่อจึงทำการ block ฝรั่งคนนั้นไป กลับกลายเป็นว่าฝรั่งคนนั้นเป็นนักเขียน และ blogger ที่มีคนติดตามทาง facebook และ twitter มากที่สุดคนหนึ่งของเมืองไทย และอยู่เมืองไทยมากว่า 20 ปี เท่านั้นแหละข่าวการ block ผู้ใช้ของเอเชียทีคก็แพร่สะพัดไปในโซเชียลเนิร์ตเวิร์คอย่างรวดเร็วจนสร้างผลกระทบกับภาำพลักษณ์ของเอเชียทีคพอสมควร ดังนั้นการ Block ผู้ติดตามควรใช้ในกรณีที่จำเป็นและสร้างผลดีต่อเพจเท่านั้น

และที่สำคัญอย่างหนึ่งที่หลายๆคนเข้าใจผิดหรือมองข้ามไปคือการลบคอมเมนต์ที่เป็นลบออกให้หมดเป็นการดีต่อเพจ แต่จริงๆแล้วปล่อยให้คอมเมนต์ทางด้านลบไว้บนเพจบ้างไม่เสียหายอะไรแต่ขอให้โฟกัสที่คำตอบหรือการโต้ตอบของเราในเมนต์ในแง่ลบนั้น พยายามโต้ตอบอย่างมีเหตุผล ให้ข้อมูลที่เป็นจริง และตั้งใจให้คำตอบโดยไม่ใช้อารมณ์ ไม่ต้องลบเมนต์ดังกล่าวออกก็เป็นแนวทางสร้างภาพลักษณ์ด้านความจริงใจของเพจเป็นอย่างดี ผู้ติดตามเมื่อเขาได้มาอ่านย่อมแยกแยะออกเรื่องความตั้งใจของเรา ยิ่งทำให้ผู้ติดตามมีความเชื่อมั่นมากขึ้นถึงความจริงใจของเราต่อลูกค้า

6. อย่าลืมว่ามีคนเข้าเพจทางอุปกรณ์ Mobile จำนวนมหาศาล

ทุกๆวันนี้คนใช้อุปกรณ์โมไบล์ได้ (มือถือ, iphone, ipad, แทปเล็ตต่างๆ ฯลฯ) เพิ่มขึ้นจำนวนมาก อ้างอิงจากเพจของ facebook ในปี 2013 มีคนใช้ facebook ผ่านอุปกรณ์โมไบล์มากถึง 750 ล้านคน ดังนั้นการโพสต์แต่ละครั้งควรคิดถึงคนที่ใช้อุปกรณ์เหล่านั้นบ้าง เช่นควรโพสต์ข้อความที่ส้นพอดี เพื่อให้คนดูจากอุปกรณ์โมไบล์อ่านได้ง่าย บางครั้งก็จำเป็นที่ต้องอธิบายอะไรที่ยืดยาว แต่อย่างน้อยต้องหาโอกาศโพสต์อะไรสั้นๆ เพราะทุกครั้งที่คนเข้า facebook ผ่านอุปกรณ์โมไบล์พวกเขามักจะเลื่อนดูแบบผ่านๆ พยายามโพสต์อะไรให้สะดุดตามผู้ใช้มากที่สุด

7. พยายามใช้ Scheduling Posting เท่าที่จำเป็น

บางคนก็เรียกฟังก์ชั่นนี้ว่า ตั้งโพสต์ล่วงหน้า ในแฟนเพจ admin สามารถตั้งเวลาโพสต์ได้โดยที่เราไม่จำเป็นต้องอยู่หน้าจอตอนที่โพสต์ ถ้าหากคุณไม่ได้เข้า facebook บ่อยๆการตั้งค่าโพสต์ล่วงหน้า ก็ไม่เป็นปัญหาอะไรมา แต่การใช้โพสต์ล่วงหน้าเป็นประจำหรือมากเกินไปก็ไม่ได้เป็นผลเท่าไหร่ ประการแรกคือเราไม่สามารถรู้ผลตอบรับการโพสต์นั้นได้ในกรณีต่างๆ เช่นหากมีการโพสต์ผิดพลาดก็ไม่สามารถแก้ไขได้ทันที หรือมีคนติดตามสอบถามข้อมูลทันทีที่โพสต์และเราไม่ได้ตอบยิ่งทำให้คนติดตามมีความรูปสึกว่าแอดไม่ได้ใส่ใจคนติดตามมากเท่าไหร่ หรือบางคนตั้งโพสต์ล่วงหน้าแบบถี่เกินไปก็สร้่างความรำคาญให้คนติดตามได้เหมือนกัน การโพสต์ถี่เกินไปหลายๆคนมองว่าเป็น spam ทางที่ดีคือพยายามโพสต์แบบ manual ก่อนเพราะคุณจะสามารถตรวจข้อความ รูปภาพต่างๆได้ก่อน และควรตั้งโพสต์ล่วงหน้าในกรณีที่จำเป็น

8. โพสต์รูปและวีดีโอเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน

ตัวอักษรโดดๆในโพสต์บางครั้งก็น่าเบื่อ ถ้าเอาแต่โพสต์ตัวอักษรอย่างเดียวก็น่าจะเป็นอะไรที่น่าเบื่อเกินไป สถิติที่ผ่านมาได้แสดงใ่้ห้เห็นว่าโพสต์รูปภาพสามารถเ้พิ่มการปฏิสัมพันธ์ได้มากกว่าโพสต์ที่มีแต่ตัวอักษรถึง 180% ในขณะที่วีดีโอสามารถเพิ่มปฏิสัมพันธ์ได้ 100%  (www.tracksocial.com) หากเพิ่มรูปหรือวีดีโอที่น่่าสนใจได้ก็สามารถเพิ่มความสนใจของผู้ติดตามได้ไม่น้อย

9. แชร์คำติชมจากผู้ติดตาม

ถ้าหากคุณได้รับคำชมเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการไม่ว่าจะทางอีเมล์ ข้อความใน Inbox หรือทางอื่นๆ ก็ไม่ควรเก็บคำชื่นชมนั้นไว้คนเดียว คุณสามารถเอามาแชร์ต่อใน wall post โดยปิดบังแอคเคาืท์ของคนที่ให้คำชมก่อน หรือหากจะให้ดีก็อาจจะสอบถามไปยังคนที่ให้ข้อความมาว่าสามารถเอาไปเผยแพร่ในเพจต่อได้หรือไม่ นอกจากนั้นแล้วคุณยังสามารถเชื้อเชิญให้ผู้ติดตามทิ้งคำแนะนำ คำติชมไว้ในเพจได้ หรือถ้าหากสามารถจัดการเพจในระดับ advance ขึ้นก็อาจจะนำ Recommendations box หรือแอป reviews มาลงในเพจได้

10. ใช้ Highlight Posts

ปรกติโพสต์ที่แสดงบนไทม์ไลน์จะแสดงอยู่สองฝั่งคือบางโพสต์จะอยู่ฝั่งซ้าย บางโพสต์จะอยู่ฝั่งขวา เคยสงสัยไหมว่าบางครั้งเราเข้าไปเพจหนึ่งพบว่ามีโพสต์บางโพสต์ขยายพื้นที่แนวนอนกินเนื้อที่ไปทั้งสองฝั่ง Highlight โพสต์คือการขยายความกว้างของโพสต์ให้กว้างและแสดงครอบคลุมไปทั้งสองฝั่งของไทม์ไลน์ เป็นการเน้นโพสต์นั้นให้ชัดเจนกว่าโพสต์อื่นๆ  วิธีการทำ Highlight โพสต์คือกดปุ่มดาวที่แสดงส่วนบนขวาของโพสต์นั้น หากต้องการเอา Highlight ออกก็แค่กดที่เดิมและเลือกเอา Highlight ออก

11. ทำ Page Milestones

ทำ page milestone ก็เหมือนการบันทึกการบันลุเป้าหมายแต่ละจุดในชีวิต โดยปรับมาใช้ในเพจ เช่นเมื่อมีคนไลค์ครบ 1,000 ไลค์ หรือ 10,000 ไลค์ หรือหากเป็นเพจที่มีชื่อเสียงหน่อยตัวอย่างเช่น หนังเรื่อง The Hunger Game ก็ซัดไปเลยมีคนติดตาม 12 ล้านคน อาจจะมีการแจกรางวัลหรือกิจกรรมอะไรสนุกๆ หรือบางคนอาจจะอยากโชว์ออฟหน่อยอาจจะทำ page milestone เป็นยอดจำนวนสินค้าที่ขายได้เป็นต้น เป็นวิธีที่แสดงให้ผู้ติดตามได้รู้ถึงการเติบโตของธุรกิจของคุณและสร้่างความมั่นใจต่อเพจและธุรกิจว่าจะยังคงอยู่ได้เป็นอย่างดี

12. ลองจัดทำ “Fan of the Month หรือ fan of  Week” ดู

คุณสามารถจัดแคมเปญต่างๆให้ผู้ติดตามได้เข้าร่วมโต้ตอบ และหลังจากนั้นเลือก fan of the month เพื่อให้ผู้ติดตามคนนั้นได้รู้สึกมีส่วนร่วมและรู้สึกถึงความสำคัญที่มีต่อเพจ โดยอาจจะให้รางวัลเล็กๆน้อยแก้ผู้ติดตามคนนั้นเป็นสิ่งตอบแทน แคมเปญลักษณะนี้เป็นการสร้างอีโอเล็กๆให้กับผู้ติดตาม และให้ผู้ติดตามอยากมีส่วนร่วมมากขึ้นโดยมีความหวังที่จะได้รางวัลเล็กๆน้อยในแต่ละเดือน

13. เพิ่มรูป “Behind the Scenes” เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือของธุรกิจที่ทำ

นอกจากรูปโปรโฟล์และรูปปกที่สะท้อนถึงธุรกิจที่คุณทำอยู่การเพิ่มรูปเบื้องหลังธุรกิจของคุณก็เป็นเทคนิคที่สร้างการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดตามกับเพจพอสมควร รูปเบื้องหลังหรือ Behind the Scenes คือบรรดารูปสถานที่ประกอบธุรกิจของคุณ เช่นออฟฟิศ โต๊ะทำงาน หรือรูปคุณกำลังผลิตสินค้า แพ็คสินค้า หรือกิจกรรมต่างๆที่คุณทำเพื่อให้ผู้ติดตามไ้ด้รู้ว่าคุณเป็นใคร มีตัวตนอยู่จริง ทำให้มีความรู้สึกไว้ใจ และเพิ่มความเชื่อถือให้กับธุรกิจที่คุณทำอยู่

14. Pin หรือปักหมุนโพสต์ที่สำคัญ

Facebook อนุญาตให้เราปักหมุนโพสต์ไว้ตรงส่วนบนของหน้าเพจจำนวนหนึ่งโพสต์เป็นเวลาสูงสุดหนึ่งอาทิตย์ เราสามารถใช้เครื่องมือนี้ในการแสดงโพสต์ที่สำคัญไว้ส่วนบนของหน้าไทม์ไลน์ของเพจโดยไม่ถูกโพสต์ใหม่ๆบดบัง การปักหมุดสามารถทำได้ง่ายๆโดยการกดรูปลงศรชี้ลงซึ่งอยู่ตรงมุมขวาบนของโพสต์ หลักจากทำเสร็จโพสต์ดังกล่าวจะคงอยู่ตำแหน่งบนสุดของเพจจนกระทั่งครบหนึ่งอาทิตย์หรือจนกระทั่งเองหมุดออก หากต้องการเอาหมุดออกก็แต่กดรูปดินสอตรงมุมขวาบนตรงจุดเดิมแล้วเลือกเอาหมดออก

15. เลิกบ่นหรือพร่ำเพ้อในเพจได้แล้ว

ทุกวันนี้คนนับร้อยล้านพันล้านใช้ Facebook เป็นช่องทางในการระบายอารมณ์ บ่นหรือพร่ำเพ้อเกี่ยวกับชีวิตที่แสนรันทด หรือแสนเริดหรูของตัวเอง อาจจะเป็นเรื่องปรกติที่หลายๆคนใช้เฟสบุ๊คส่วนตัวบ่นหรือพร่ำเพ้อ

แต่ถ้าหากเป็นเพจที่ใช้ทำธุรกิจเราไม่ควรทำแบบนั้นเป็นอย่างยิ่ง บางครั้ง Admin ของเพจอาจจะรู้สึกคุ้นเคยหรืออับเดทเพจจนชินเลยรู้สึกเหมือนเป็นเฟสบุ๊คส่วนตัวอาจจะมีเผลอบ่นอะไรออกไป ทางที่ดีควรตระหนักอยู่เสมอว่าเพจร้านควรจะเป็นช่องทางที่นำเสนอเนื้อหาแบบมืออาชีพ ควรเลี่ยงการระบายอารมณ์ของตัวเองลงในเพจให้มากที่สุด

และที่สำคัญหาเป็นเพจธุรกิจค้าขายแล้วควรเลี่ยงการออกความเห็นทางการเมืองอย่างที่สุดเพราะคนติดตามเพจมันมีแนวความคิดการเมืองที่ต่างกัน เราต้องการเปิดขายของไม่ได้มาโต้ตอบเรื่องการเมือง

16. โพสต์เป็นประจำ ไม่ทิ้งเพจ

ไม่มีใครอยากติดตามเพจที่ไม่มีโพสต์มาเป็นเดือนๆ และไม่มีใครอยากติดตามเพจที่ admin เอาแต่โพสต์ทุกๆ 10 นาที (ยกเว้นเพจรายงานข่าวทันเหตุการณ์) โพสต์ถี่เท่าไหร่ถือว่าเหมาะสม? ปรกติแล้วโพสต์วันละครั้งถือว่าเป็นมาตรฐานของเพจขายสินค้าทั่วไป หากไม่ใช่เพจข่าวหรือรายงานสถานการณ์แล้วโพสต์เกินวันละ 3 โพสต์ ถือว่าเริ่มเข้าขั้น spam ไม่ีมีใครชอบ spam

17. สร้างเกมแข่งขันสนุกๆในเพจ

สร้างการแข่งขันเพื่อชิงรางวัลในเพจเป็นวิธีหนึ่งที่เพิ่ม engagement ในเพจได้เป็นอย่างดี เช่นให้คนที่ติดตามตอบคำถาม หรือโพสต์รูป หรือวีดีโออะไรสนุกๆเพื่อแลกกับรางวัลที่สร้างความจูงใจพอสมควร หรือให้คนที่ติดตามทำอะไรก็ได้ที่ง่ายๆไม่เสียเวลาและให้รางวัลตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อ เป้าหมายคือเพื่อให้คนติดยังคงคอยติดตามเพจของเราอยู่แม้กระทั่งการแข่งขันนั้นจบไปแล้ว ส่วนของรางวัลนั้นวิธีที่ง่ายที่สุดคือให้ของหรือสินค้าที่เรากำลังขายอยู่

นอกจากไม่ต้องลองทุนเพิ่มแล้วยังสามารถโปรโมตสินค้าได้อีกทางหนึ่งด้วย  อย่างไรก็ตาม facebook เองก็มีกฏในการแจกของทางแฟนเพจอยู่เหมือนกันเพื่อป้องกันเจ้าของธุรกิจเสนอแลกสิ่งของตอบแทนกัยการกดไลค์ (ซึ่งทำให้ Facebook Ads เสียรายได้) หลักการง่ายๆคือต้องไม่เสนอให้คนกดไลค์เพจแล้วสัญญาว่าจะได้ให้สิ่งตอบแทนเพราะผิดกฏของ facebook แต่การให้คนติตามแล้วเข้าร่วมทำกิจกรรมสามารถทำได้ ก่อนแจกรางวัลควรศึกษา กฏเกณฑ์จาก facebook ก่อน

18. กระตุ้นให้มีการสนทนาในเพจ

กระดานสนทนาเป็นเว็บที่คนเข้าไปตั้งกระทู้ัคำถามและหาคำตอบกับบางคำถาม เพจเป็นหน้าที่กระจายข่าว หรืออับเดทต่างๆของเจ้าของเพจหรือร้าน แม้จะไม่เหมือนกระดานสนทนาแต่ facebook ก็ได้เตรียมฟังก์ชั่นการตอบ (reply) พยายามสร้างความรู้สึกให้เหมือนกับเป็นสถานที่ที่คนเข้ามาถามคำถามแล้วได้คำตอบ นอกจากจะช่วยสร้างความประทับใจให้กับคนติดตามแล้ว ยังจะสร้างแรงจูงใจให้คนติดตามได้ติดตามต่อไปและช่วยแชร์หรือแนะนำคนอื่นๆต่อได้

19. ติดตามกิจกรรมโดยใช้ Facebook Insight

Facebook’s Insights คือเครื่องมือตรวจกิจกรรมภายในเพจของคุณที่ดีที่สุด คุณสามารถใช้ Insight ตรวจดูว่าเพจไหนมีคนเข้าดูเยอะที่สุด ช่วงไหนที่มีคนเห็นเพจมากที่สุด มีการ Like และ Unlike ช่วงไหนจำนวนเท่าไหร่ ดูสถติของ  “Talking About”  ซึ่งเป็นปัจจัยบอกว่าเพจได้เข้าถึงคนติดตามมากแค่ไหน

20. ลองใช้ Facebook Ads

วิธีหนึ่งที่ใช้เพิ่มจำนวนไลค์และปริมาณปฏิสัมพันธ์ในเพจที่ได้ผลอย่างมากคือใช้ Facebook Ads ถึงแม้จะเป็นวิธีที่ต้องเสียเงินให้ Facebook แต่ตามสถิติที่ผ่านมาการใช้โฆษณาของเฟสบุ๊คถือว่ามีประสิทธิภาพมากทางหนึ่งเพราะได้ไลค์จากผู้ที่สนใจในเนื้อหาของเพจนั้นจริงๆ

วิธีการง่ายๆในการทดลอง  Facebook Ads ว่ามีประสิทธิภาพมากแค่ไหน คือสร้างแผ่นแบนเนอร์โฆษณาในเฟสบุ๊คเป็นจำนวน 4 แผ่น เพื่อดูว่าแผ่นไหนให้ผลดีที่สุด  โดยตั้งค่า อายุ เพศ ความสนใจ และอื่นๆให้เหมาะสม ตั้งงบการโฆษณาวันละ $2 หลังจากนั้นตรวจดูว่าโฆษณาแผ่นไหนได้ผลดีที่สุด และเลือกใช้โฆษณานั้นต่อไป ส่วนที่ไม่ได้ผลอาจจะ disable หรือใช้ต่อไปก็ได้

 

หากมีแฟนเพจแล้วยังไม่มีไลค์และต้องการเพิ่มไลค์ฟรี หรือเป็นการเพิ่มไลค์เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ หาหาไลค์ให้แฟนเพจในช่วงเริ่มต้น ลองใช้บริการเพิ่มไลค์ของ Ezylike ดูครับ

แต่ระยะยาวเราก็ยังแนะนำให้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มไลค์แบบยั่งยืนครับ

Share this Story

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความเก่า

โพตส์ล่าสุด