ความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มไลค์

11 เทคนิคง่ายๆเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของการขายสินค้าบน facebook แฟนเพจ

สำหรับการตลาดโดยใช้ facebook แฟนเพจแล้ว ความน่าเชื่อถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่จะทำให้มีผู้ติดตาม และซื้อสินค้าหรือบริการในที่สุด เราสามารถเพิ่มไลค์ได้ผ่านวิธีต่างๆไม่ว่าจะเป็นทางสายขาว หรือสายดำ เช่น แลกไลค์ ซื้อไลค์ ซื้อโฆษณาผ่านแบนเนอร์ต่างๆ โฆษณาผ่าน facebook ads เมื่อได้ไลค์มาแล้วแต่หากแฟนเพจไม่มีความน่าเชื่อถือคนติดตามก็จะยกเลิกตามในที่สุด หรือไม่ยกเลิกติดตามก็ไม่สนใจซื้อสินค้าหรือบริการจากเพจนั้นๆ

จำนวนไลค์บนแฟนเพจ พ.ศ. นี้สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง แต่จำนวนไลค์ก็ไม่ใช่ทั้งหมดของความน่าเชื่อถือ (แต่การมีจำนวนไลค์บนแฟนเพจดีกว่าไม่มีใครไลค์เลย) และที่สำคัญความน่าเชื่อถือไม่สามารถหาซื้อได้นอกจากจะได้รับจากผู้ติดตามผ่านผลงาน ความตั้งใจ ประวิัติที่ดี ความโปร่งใส่ และความจริงใจของเพจเท่านั้น เมื่อมีความเชื่อมั่นลูกค้าย่อมตัดสินใจซื้อได้ง่ายกว่า นอกจากซื้อแล้วความเชื่อมั่นยังช่วยผลักดันให้พวกเขาย่อมแนะนำบอกต่อได้อย่างเต็มใจ

หากต้องการความน่าเชื่อถือแอดมินของเพจจะต้องแลกมาด้วยการทำงานหนักและเอาใจใส่แฟนเพจของตัวเอง ผ่านระยะเวลาพอสมควร แต่เมื่อทุ่มเทและลงทุนกับการสร้างความเชื่อถือแล้วผลตอบแทนที่ได้รับมันจะคุ้มค่าเป็นอย่างมาก ข่าวดีอย่างหนึ่งคือการสร้างความน่าเชื่อถือ 90% ไม่จำเป็นต้องใช้เงิน แต่จะต้องใช้เวลาและความทุ่มเทมากถึงมากที่สุด แต่ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้

ลองมาดูเทคนิค 14 เทคนิคที่สามารถทำได้เลยในวันนี้โดยไม่เสียเงินเพื่อสร้างความมั่นใจของแฟนเพจ

1. ขอป้ายยืนยันเป็น Verified Page
พูดง่ายๆคือการยืนยันตัวตนของเพจจาก facebook ความหมายคือ facebook ได้ตรวจสอบแล้วว่าเพจนี้ได้ทำธุรกิจและมีตัวตนจริง แต่การยืนยันตัวจนแฟนจะทำได้ก็ต่อเมื่อแฟนเพจเป็นธุรกิจในท้องถิ่นบริษัท (Local business) หรือ องค์กร เพจของคุณอาจมีสิทธิ์ได้รับป้ายยืนยันสีเทา

ตัวอย่างเพจที่ได้รับการยืนยันแล้ว

การขอนั้นไม่ยากไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กร หรือบริษัทใหญ่โต เป็นร้านค้า ห้างหุ้นส่วน หรือคณะบุคคลทีี่ทำธุรกิจในท้องถิ่นก็สามารถขอได้ ขอให้มีเบอร์ติดต่อและที่อยู่ที่ชัดเจนก็มีสิทธิ์ขอได้แล้ว ถือเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือของเพจที่สำคัญมาก และในไทยมีไม่กี่เพจเท่านั้นที่ขอป้ายยืนยันตัวตน ลองคิดดูว่าเพจของคุณจะน่าเชื่อถือขนาดไหน


วิธีการขอยืนยันแฟนเพจ
1. คลิก “การตั้งค่า” ที่ด้านบนของเพจของคุณ
2. จาก “ทั่วไป” ให้คลิก “การยืนยันเพจ”
3. คลิก “ยืนยันเพจนี้” แล้วคลิก “เริ่มต้นใช้งาน”
4. กรอกหมายเลขโทรศัพท์ที่แสดงเป็นสาธารณะของธุรกิจ ประเทศ และภาษาของคุณ
5. คลิก “โทรหาฉันตอนนี้” เพื่อให้ Facebook โทรหาคุณเพื่อแจ้งรหัสยืนยัน
6. กรอกรหัสยืนยัน 4 หลัก แล้วคลิก “ดำเนินการต่อ”

2. ให้ความสำคัญกับข้อมูลเกี่ยวกับ (About) ของเพจ 
เชื่อหรือไม่ว่าเมื่อแอดมินสร้างเพจแล้ว สิ่งที่มักจะละเลยมากที่สุดคือข้อมูลเกี่ยวกับเพจ ว่าทำอะไร นำเสนออะไร ขายอะไร ประวัติความเป็นมา จุดมุ่งหมาย ฯลฯ ของเพจที่สร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นขายสินค้า นำเสนอบริการ ควรจะระบุให้ละเอียดเข้าไว้ ลูกค้าบางคนกว่าจะตัดสินใจซื้อสินค้าจะทำการศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด หากไม่มีข้อมูลเหล่านี้ หรือมีน้อยก็ย่อมส่งผลในการตัดสินใจในการซื้อ

จากผลการวิจัยของ komarketing.com พบว่า 52% ของผู้ที่ถูกตอบแบบสำรวจต้องการดูจ้อมูล เกี่ยวกับแฟนเพจ

ดังนั้นการเพิ่มข้อมูล เกี่ยวกับ แฟนเพจเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญอย่างยิ่ง และข่าวดีคือเป็นสิ่งทีี่ทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่เตรียมเนื้อหาให้ครบถ้วนแล้วก็กรอกให้ชัดเจน ลองดูตัวอย่างด้านล่าง

 

3. ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ข้อมูลการติดต่อ
นอกจาก เกี่ยวกับเพจ แล้วข้อมูลการติดต่อ ไม่ว่าจะเป็นเบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ไลน์ เว็บไซต์ ก็สำคัญอย่างยิ่ง แอดมินบางคนคิดเอาเองว่าลูกค้าจะติดต่อผ่าน Inbox เข้ามาเอง เลยไม่เพิ่มช่องทางติดต่ออื่นๆเข้าไว้ บางคนไม่อยากร้ับโทรศัพท์เวลางาน หรือคิดว่าไม่สะดวก การไม่ใส่ช่องทางการติดต่อไว้หลายๆทางถือว่าเป็นการวางแผนที่ผิดพลาดมากเพราะลูกค้าบางคนสะดวกแต่ละช่องทางต่างกัน บางคนชอบที่จะ inbox เข้าไปตรงๆ บางคนสะดวกโทรคุยเลย บางคนถนัดใช้ Line บางคนชอบเขียนอีเมล์ ดังนั้นควรจะต้องเพิ่มให้ครบถ้วน

จากการสำรวจของ  komarketing.com  เช่นกันพบว่า 64% ของผู้ตอบคำถามต้องการเห็นข้อมูลช่องทางการติดตามของแฟนเพจ

 

ตัวอย่างของข้อมูลช่องทางการติดต่อที่ครบถ้วน

 

4. ลิงค์ไปยังเว็บไซต์
เป็นเรื่องจริงอยู่ที่แฟนเพจจำวนมากไม่มีเว็บไซต์แต่ก็ขายได้เดือนละหลายหมื่นหลายแสน แต่ถ้าหากต้องการสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนในระยะยาว และเพิ่มความเชื่อมั่นขึ้นไปอีกระดับการสร้างเว็บไซต์ถือว่าสำคัญเลยมรเดียว ถ้าหากมรเว็บไซต์ควบคู่ไปกับแฟนเพจก็จะดีกว่ามีแฟนเพจอย่งเดียว นอกจากเอาไว้นำเสนอเนื้อหาและทำให้ธุรกิจดูน่าเชื่อถือแล้วยังสามารถนำ like box ไปติดโปรโมตได้อีกด้วย

ทุกวันนี้ต้นทุนการทำเว็บได้ถูกลงมา ค่าเช่าโดเมนและพื้นที่ไม่ถึง 1 พันบาทต่อปี และสามารถสร้างได้ไม่ยากมากนัก และถ้าหากไม่ต้องการเสียเงินก็สามารถสร้างเว็บไซต์ฟรีได้จาก lnwshop ได้ และมีเครื่องมือทำเว็บแบบง่ายๆไม่ต้องเขียนโปรแกรมอีกด้วย ยอดซื้อส่วนหนึ่งอาจจะไม่ได้มาจากเว็บไซต์แต่ในระยะยาวแล้วเว็บไซต์ย่อมสร้างความน่าเชื่อถือได้มาก

นอกจากนั้นแล้วเว็บไซต์ยังช่วยในเรื่อง SEO ได้ดีกว่า facebook ความหมายก็คือหากมีคนค้นหาคำ เช่นสินค้า หรือบริการ หรือข้อมูล แล้วเว็บไซต์ของเรามีข้อมูลนั้นๆ โอกาศที่จะมีคนพบเว็บไซต์ของเราใน Google ย่อมมีสูงกว่า และเมื่อเข้าไปในเว็บไซต์แล้วก็ต้องไม่ลืมที่จะนำกล่อง หรือลิงค์ไปยัง facebook แปะไว้บนเว็บไซต์นั้น เพื่อลิงค์ไปยังแฟนเพจของเราด้วย

5. สร้างแบรนด์ให้ชัดเจนผ่านรูปโปรไฟล์และรูป cover
คำว่า “สร้างแบรนด์” ฟังแล้วดูเหมือนจะยิ่งใหญ่ฟุ่มเฟือย อาจจะต้องเรียนกันเป็นหลักสูตรๆเลยเพราะการสร้างแบรนด์มันหมายถึงทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นสินค้า คุณภาพการให้บริการ บริการหลังการขาย ภาพลักษณ์ การสื่อสาร การเข้าถึง การสื่อสัมพันธ์กับมวลชน ตัวตนขององค์กร ฯลฯ ซึ่งมันคงเป็นอะไรวุ่นวายเกินไป แต่เอาสิ่งง่ายๆก่อนในเพจ สิ่งแรกที่คนเห็นและติดตาคือ รูปโปรไฟล์ และ รูป cover ของแฟนเพจ

สร้างใช้รูปโปรไฟล์และรูป cover ไม่ควรเลือกรูปอะไรก็ได้มาลง แต่ควรคัดสรรปรับแต่งมาแล้วว่าเป็นรูปที่สื่อความหมายและสร้างความแตกต่างความเป็นตัวตนของเพจของเรา ไม่ควรก๊อปรูปจากในเน็ตมาใส่เพื่อให้เสร็จๆ ควรเป็นรูปเฉพาะของเรา แต่ก็ไม่จำเป็นต้องสวยงานเลิศหรูให้เหมือนกับทำโดยฝ่ายศิลป์ ขอให้เป็นรูปที่ชัดเจน ว่าแฟนเพจคืออะไร เห็นแล้วเข้าใจง่าย และจดจำได้ดี ดังตัวอย่างด้านล่าง

รูปโปรไฟล์และ cover มีสัดส่วนลงตัวกับความกว้างและยาวของรูป ขนาดของรูป Cover คือ 851×315 px ส่วนขนาดของรูปโปร์ไฟล์คือ 160×160 px (ขนาด original คือ 180×180 แต่จะถูกย่อเหลือ) นอกจากนั้นเฟสบุ๊คยังได้กำหนดตำแน่งของรูปโปร์ไฟล์และ cover ไว้ชัดเจน หากออกแบบดีๆก็สามารถนำมาจัดรูปให้ดูน่าสนใจได้

6. หากเป็นไปได้ใส่รูปของตัวเอง
แอดมินเพจจำนวนมากเห็นข้อดีของการสร้างแฟนเพจอย่างหนึ่งคือไม่มีใครเห็นตัวตนของตัวเองได้ ก็เลยอาศัยข้อได้เปรียบตรงนี้ปิดบังตัวตนของตัวเองทำการค้าขายผ่าน facebook อาจจะเป็นเพราะกลัวคนอื่นจะรู้ว่าคนขายเป็นใคร กลัวปัญหาตามมาทีหลัง หรือตั้งใจหลอกลวงผู้ซื้อตั้งแต่แรกแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าการเปิดเผยตัวตนให้คนอื่นเห็นว่าคนขายเป็นใครเป็นการสร้างความเชื่อถืออันดับต้นๆของการกระทำทั้งปวง

หากมีสินค้าหรือบริการที่ดี ทำธุรกิจโปร่งใส ไม่หลอกลวงใคร ก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังตัวตนของตัวเองเลย แน่นอนสินค้าทุกอย่างที่ขายย่อมมีปัญหา ณ จุดใดจุดหนึ่งในอนาคต แต่สมัยนี้ผู้ซื้อฉลาดและมีข้อมูลพอที่จะไม่โทษคนขายไปทุกเรื่องถ้าเราให้ข้อมูลครบถ้วนตั้งแต่แรกระหว่างการขาย

นอกจากนั้นการเปิดเผยตัวเองเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่มั่นคงกว่าไม่เห็นหน้า นักขายบางคนสามารถความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ติดตามจนสามารถสร้าง Personal Branding ได้ เมื่อมีการเปลี่ยนสินค้าหรือเปลี่ยนธรุกิจก็ยังสามารถขายให้กับลูกค้าเก่าๆได้อยู่ตลอด แต่หัวใจสำคัญคือต้องมีความจริงใจกับลูกค้า และโปร่งใส่ในการทำธุรกิจ

 

7. เพิ่มเนื้อหา Behind the Scene
Behind the Scene คือส่วนที่แสดงภาพหรือเนื้อหาเบื้องหลังของการทำธุรกิจผ่านแฟนเพจ ให้ลูกค้าและผู้ติดตามได้เห็นอีกด้านหนึ่งของเราว่าเราตั้งใจพัฒนาการบริการหรือเอาใจใส่สินค้าขนาดไหน  นอกจากนั้น Behind the Scene ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกว่าใกล้ชิดหว่างผู้ติดตามและแอดมินผู้ค้าขายอีกด้วย

Behind the Scene เป็นอะไรก็ได้ที่ไม่เป็นทางการ ทีี่เราทำเบื้องหลังแฟนเพจ ไม่ว่าจะเป็นภาพการแพกสินค้า ส่งสินค้า หรือเยี่ยมชมการผลิต หรือกระบวนการอื่นๆที่ปรกติเราไม่ได้เห็นบ่อยนัก Behind the Scene เป็นการสร้างความเชื่อมั่นได้ดีทีเดียวให้ลูกค้าเห็นว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ ธุรกิจไหนยิ่งเปิดเผยตัวตนมากเท่าไหร่ลูกค้าก็จะเข้าถึงและสื่อถึงความรู้สึกได้มากเท่านั้น และย่อมมีผลต่อการตัดสินใจซื้อครั้งต่อๆไป

 

8. ใช้วีดีโอและ facebook live 
ทุกวันนี้วีดีโอบนเฟสบุ๊คกำลังมาแรง และอีกไม่นานจำนวนวีดีโอในเฟสบุ๊คน่าจะไล่ตาม Youtube เข้าไปทุกที  จากการสำรวจของ wordstream.com พบว่าจำนวนผู้ใช้งานมือถือได้ดูวีดีโอผ่านโซเซียลเน็ตเวิร์ตมากขึ้นแบบก้าวกระโดด แน่นอนว่าการเพิ่มวีดีโอที่น่าสนใจในแฟนเพจย่อมมีผู้ติดตามจำนวนหนึ่งที่กดดู แต่ก็ควรเป็นวีดีโอแบบสั้นๆ 1-2 นาที ไม่ควรยาวมาก และน่าเบื่อเพราทุกวันนี้ผู้ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คมีความอดทนน้อย วีดีโออาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่เราขายอยู่ อาจจะเป็นอะไรที่ตลกๆดูง่ายๆ ที่แชร์มา อาจจะพยายามแทรกวีดีโอนำเสนอสินค้าของตังเองเป็นบางครั้ง

เมื่อมีกล้องบนมือถือแล้วทำไมต้องหยุดที่อับหรือแชร์วีดีโอ ตอนนี้ facebook live กำลังมาแรงเช่นกัน การเปิด Live นำเสนอสินค้าที่ขายก็เป็นช่องทางสือสารที่ชัดเจนและตรงทางหนึ่ง ผู้ติดตามได้เห็นรูปลักษณ์ของสินค้าจริงๆ บางครั้งแอดมินอาจจะสาธิตการใช้งานให้เห็นเพื่อไม่ให้ลูกค้าคิดเดาเอาเองว่าต้องใช้อย่างไร

แต่อย่างไรก็ตามการเปิด Facebook Live บ่อยๆก็ใช่ว่าจะดี อะไรที่มันมากเกินไปคนก็จะเบื่อ บางคร้้งเปิดดู Live ไม่มีอะไรมากไปกว่าโชว์กินข้าว เดินเล่น หรือซื้อของ หรือวิว เมื่อคนเห็นเยอะๆจากหลายๆที่ก็อาจจะเบื่อและไม่เปิดดูจากเพจของเราอีก ดังนั้น Live ควรเปิดให้เหมาะสมและเลือกจังหวะและเนื้อหาที่นำเสนอที่น่าสนใจจริงๆ

9. นำเสนอรายละเอียดของสินค้าให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากสินค้ามากกว่าพยายามขาย
แทบทุกคนบนโลกที่มีเงินชอบการซื้อของแต่ไม่ชอบให้ใครมายัดเย็ดการขายให้ วิธีปิดการขายที่ดีที่สุดคือให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าเอง การสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าคือต้องอย่าให้เขารู้สึกว่าถูกเสนอขาย แต่ให้เขารู้สึกว่าเรากำลังนำเสนอข้อมูลที่เป็นประโยชน์ส่วนจะซื้อหรือไม่นั้นไม่สำคัญ

วิธีการที่ได้ผลวิธีหนึ่งคือ บอกประโยชน์ตามที่เป็นจริงไม่เว่อร์ ไม่โม้มาก บอกข้อดีข้อเสียเท่าที่มีให้หมด หากจำเป็นต้องแนะนำสินค้าของคู่แข่งบางตัวก็ต้องแนะนำ เพราะถือเป็นการซื่อตรงและเห็นประโยชน์ของลูกค้ามากกว่าการขายของของตัวเอง ควรวางเทคนิคการขายที่เรียนมาทั้งหมดไว้ก่อนเพราะลูกค้าสมัยนี้ฉลาดมาก ในสิ่งที่นักขายรู้ผู้ซื้อก็รู้เช่นกัน ยิ่งนำเสนอข้อมูลอย่างจริงใจเท่าไหร่ลูกค้ายิ่งอยากจะซื้อกับเรามากเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องอย่าลืม Call For Action ซึ่งก็คือช่วงปิดท้ายของการนำเสนอ ต้องชี้ช่องทางให้ผู้ติดตามให้ชัดเจนว่าจะซื้อผ่านทางไหน ราคาเท่าไหร่ มีจำนวนเหลือเท่าไหร่ และมีข้อเสนออะไรบ้าง

10. ตอบทุกคอมเมนต์
สมัยนี้สิ่งที่สำคัญกว่าจำนวนไลค์คือ Engagement หรือปริมาณการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ติดตามกับผู้ติดตามหรือระหว่าผู้ติดตามกับแอดมิน ไม่ว่าจะเป็นการคอมเมนต์ การกดไลค์รูป ไลค์โพสค์ การแชร์ หรือกิจกรรมต่างๆที่เกิดบนแฟนเพจ ยิ่งมี Engagement มากเท่าไหร่ก็หมายถึงผู้ติดตามให้ความสนใจเพจของเรามาก

วิธีหนึ่งที่ควรทำคือพยายามตอบคอมเมนต์ทุกคอมเมนต์ที่สอบถามไปยังแอดมินเพจ หากจำนวนผู้ติดตามอยู่หลักพันการตอบทุกเม้นต์ไม่ใช้เริื่องยากเท่าไหร่ แต่หากมีคนไลค์คนติดตามเกินหลักหมื่นอาจจะอยากขึ้นแต่ก็ควรจะตอบให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อรักษา Momentum ของการสนทนา และทำให้โพสต์นั้นๆน่าสนใจ

ถ้าอยากเห็นตัวอย่างของการที่แอดตอบแทบจะทุกเมนต์และได้ผลตอบรับอย่างดีมาจนเป็นที่กล่าวขานของชาวเน็ตให้ลองติดตามแฟนเพจของ KFC Thailand ดูได้เลยครับ

11. อย่าเร่งกระบวนการ
การเพิ่มไลค์กับการการขายของผ่านแฟนเพจจะเหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่ใช้ว่าจะเปิดเพจวันนี้แล้วพรุ่งนี้มีคนกดไลค์หลายพันคน แล้วขายได้ในวันรุ่งขึ้นทันที ของแบบนี้ต้องใช้เวลา พิสุจน์ด้วยการกระทำและความจริงใจเป็นระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นต้องค่อยๆทำไป อาจจะใช้เวลา 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน หรือบางคนเป็นปีกว่าจะขายได้ แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปแล้วหากลูกค้าเริ่มซื้อคนแรกแล้วก็จะมีคนที่สองที่สามไปเรื่อยๆภายในระยะเวลาไม่นานหลังจากนั้น ทุกอย่างใช้เวลาทั้งนั้น

 

หากมีแฟนเพจแล้วยังไม่มีไลค์และต้องการเพิ่มไลค์ฟรี หรือเป็นการเพิ่มไลค์เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ หาหาไลค์ให้แฟนเพจในช่วงเริ่มต้น ลองใช้บริการเพิ่มไลค์ของ Ezylike ดูครับ

แต่ระยะยาวเราก็ยังแนะนำให้ให้ความสำคัญกับการเพิ่มไลค์แบบยั่งยืนครับ

Share this Story

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

บทความเก่า

โพตส์ล่าสุด